BEgreen BEtrend 2 Workshop

เนื่องจากโครงการ BEgreen BEtrend2 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง BEtrend a aday และ Youth Venture ที่เปิดรับสมัครฮีโร่รุ่นเล็กที่อยากทำอะไรดีๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม และคนรอบข้าง ทางโครงการ Youth Venture จึงจัด Workshop เพื่อเป็นการเริ่มต้น หาไอเดียสนุกๆ ในการทำกิจกรรมดีๆ ที่จะชักชวนคนกรุงเทพฯ และผู้มาร่วมงาน Green Day ให้มาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้เหล่าฮีโร่รุ่นเล็กจำนวน 34 ชีวิต ณ ห้อง Paragon Studio ชั้น 4 Siam Paragon ระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2552 รวมเวลา 2 วัน

วันแรก (วันที่ 5 พฤษภาคม 2552)

ช่วงเช้าต้อนรับน้องๆ ด้วยการแนะนำตัว และการบอกเหตุผลว่าทำไมถึงมาที่นี่ ? โดยประมาณ 50 % ของน้องๆ ตอบว่า หากอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ จึงมาร่วม workshop ช่วยสิ่งแวดล้อมดีกว่า

ต่อไปพี่นุ้ย พรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์ (Director of Youth Venture Thailand) ก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับโครงการ BEgeen BEtrend2 โดยอธิบายว่า แผนก BEtrend นิตยสาร a day และ Youth Venture อยากจะให้เด็กๆ ในกรุงเทพฯ หันมาสนใจและทำอะไรดีๆ เพื่อโลกของเรา พร้อมกับอธิบายว่า workshop นั้นก็เหมือนคอนเสิร์ต Bodyslam เพราะมันขึ้นอยู่กับคนดูด้วย หวังว่า workshop ครั้งนี้จะสนุก และผ่านไปได้ด้วยดี และพี่เกดก็เปิดวีดีโอเรื่อง The Story of Stuffs ให้ดู ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการ การผลิต การบริโภค ของคนอเมริกาส่วนใหญ่ที่ฟุ่มเฟือย และคนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยได้รับรู้ถึงที่มาและวงจรที่แท้จริงของการผลิตว่ามันได้สร้างผลกระทบกับเรา และคนในโลกที่สามอย่างไร วีดีโอเรื่องนี้ได้ทำให้น้องๆ ได้มองเห็นและเข้าใจภาพรวมของระบบการผลิตสินค้าต่างๆ มากขึ้นและเข้าใจได้อย่างรอบด้าน เมื่อดูวีดีโอ้น้องๆ ส่วนใหญ่ให้ feedback กลับมาในด้านที่รู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยทราบว่าก่อนว่าแค่การผลิตสินค้าเพียงหนึ่งชิ้นจะมีผลกระทบต่อคนในโลกที่สาม สิ่งแวดล้อม และตัวเรามากมายถึงเพียงนี้ และน้องๆ อยากให้คนหันมาดูแลโลกกันให้มากกว่านี้

ช่วงบ่าย

มีการเล่นเกมส์กันโดยให้ใช้ความสามัคคีอันสูงส่ง นั่นคือเกม เรียงตามเดือนเกิด เรียงตามความสูง และปิดท้ายด้วย เรียงตามชื่อจริง ก-ฮ เกมต่อไปเป็นเกมที่มีผู้นำเป็นพี่เกดของเรานั้นเอง เกมนั้นมีชื่อว่า อ๊บ อ๊บ เป็นการตบพื้นที่สุดระทึกใจ แล้วเราก็ได้ผู้ที่เป็นจุดอ่อน โดนทำโทษแทนเพื่อนโดยการเต้น Nobody เวอร์ชั่น Wonder Boy นั่นคือ กัน บอย เอิง ธีร์ และนัท ช่างเต้นได้อารมณ์จริงๆ เมื่อดู Wonder Boy จนจุใจแล้ว

พี่นุ้ยได้เล่าเรื่องของ Youth Venture และโครงการที่น่าสนใจของเด็ก ๆ ทั่วโลกซึ่ง Youth Venture ได้ให้การสนับสนุนอยู่ ส่วนใหญ่โครงการของเด็กๆ เหล่านี้มักจะเกี่ยวข้องกับความสนใจ ความชอบของตัวเอง เช่น ทาเลีย เด็กสาวอายุ 14 อยู่ลอนดอน ที่สามารถหาเงินได้ 10 ล้านดอลล่าห์โดยการใช้เทศกาลวันฮาโลวีนมาขอเงินบริจาค แทนที่จะขอขนม ทาเลียยังชวนเพื่อนๆ เธอมาร่วมอีกด้วย ซึ่งเงินที่เธอได้มานั้น ได้นำไปช่วยผู้คนที่โดนเฮอร์ริเคนแคททรีน่าถล่ม ทาเลียยังเปิดองค์กรที่สนับสนุนให้เด็กคิดและทำโครงการ โดยเธอจะให้เงินสนับสนุน เป็นต้น

เมื่อพี่นุ้ยอธิบายเสร็จเราก็เลยเชิญ ดร.สรณรัฎช์ กาญจนะวนิชย์ หรือ พี่อ้อย เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว พี่อ้อยได้อธิบายเกี่ยวกับ โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาที่พี่อ้อยทำอยู่ คือ โครงการนักสืบสายน้ำ นักสืยชายหาด และนักสืบสายลม ซึ่งชวนใครก็ได้ ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงคุณครูในชุมชนมาสำรวจสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผ่านกระบวนการ Active Learning หรือ การเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมและสร้างสรรค์ ซึ่งต้องเริ่มจากตัวเองอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้พื้นฐานและเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งผลที่เราได้รับจากการทำกิจกรรมชุดนักสืบสิ่งแวดล้อมทั้ง 3 โครงการนั้นได้สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนมากมาย และได้เสริมสร้างความมั่นใจให้คนได้เชื่อมั่นในศักภาพของตนเองได้ และนอกจากนี้การทำโครงการนัสืบสายลมที่ต้องไปสำรวจไลเคนบนต้นไม้รอบๆ กรุงเทพฯ ทำให้เราทราบได้ว่าอากาศของกรุงเทพฯ แย่กว่าที่เราคิดมาก เพราะ ไลเคนมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่จะ สามารถขึ้นได้เฉพาะที่มีอากาศดีๆ เท่านั้น และมีชนิดที่ทนทานกับอากาศที่มีมลพิษเยอะๆ และในกรุงเทพฯถึงจะมีไลเคนอยู่บ้าง แต่ก็มีจำนวนไม่มาก และยังพบแต่ชนิดที่ทนทานอากาศเสียเท่านั้น และพี่อ้อยยังได้ให้ภาพรวมของสถานการณ์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองไทยให้น้องๆ ดูด้วย ซึ่งมีทั้ง์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และการผลิตไฟฟ้าของเขื่อน ซึ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง เพียงแต่เราไม่เคยรู้มาก่อนเท่านั้นเอง

นอกจากนี้คุณ ทรงกลด บางยี่ขัน หรือ พี่ก้อง บรรณาธิการนิตยสาร a day มาให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการสื่อให้ถึงใจคนเพื่อให้น้องๆ คิดโปรเจกต์ได้มากขึ้น ก็ได้มาอธิบายเกี่ยวกับการที่เราใช้สื่อให้น่าสนใจ ว่าจะควรสื่อแบบไหนให้คนเข้าใจได้ง่ายขื้น พี่ก้องก็ได้เปิดคลิปต่างๆ ให้น้องๆ ดูและให้ทายกันว่า แต่คลิปละอยากจะสื่อถึงอะไร เช่น การคิดโปรเจกต์ลดโลกร้อน เราควรคิดข้อที่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อให้คนเห็นปัญหาจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดๆ แต่ให้คนมีส่วนร่วมกับปัญหานั้นๆ เป็นต้น ทำให้น้องๆ ได้ไอเดียและมุมของการคิดงานประชาสัมพันธ์ได้อีกกระบุงโกย

วันที่สอง (วันที่ 6 พฤษภาคม 2552)

เริ่มจากพี่นุ้ยพูดทบทวน กิจกรรม และวิธิการคิดหาไอเดียโดยเริ่มจากตัวเองก่อนสำหรับการเริ่มหาเริ่มต้นง่ายๆ คือ หาความสนใจของตัวเอง และ ความท้าทายที่เราสนใจ พี่นุ้ยจึงถามน้องๆ ทีละคนแล้วเขียนลงบนกระดาษ เพื่อจะให้น้องๆ ได้เห็นภาพว่าเราควรจะคิดไอเดียอย่างไร ให้มันดีและได้ผลจริง

ช่วงบ่าย

พี่นุ้ยได้ฉายสไลด์โปรเจกต์ต่างประเทศที่แปลกๆ เพื่อให้น้องๆได้คิดไอเดียจากตัวเองจริงๆ เช่นโปรเจ็กต์ Guerilla ที่เด็กวัยรุ่นรวมตัวกัน แทนที่จะไปมั่วสุมก็หันมาเป็นกองโจรต้นไม้ โดยปลูกต้นไม้ตอนกลางคืนตามที่ต่างๆ โดยไม่ได้ขออนุญาตเป็นต้น ซึงทำให้น้องๆ เห็นตัวอย่างและเข้าใจได้มากขึ้น

หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการหาไอเดียดีๆ ไปแล้ว ก็มาถึงกระบวนการสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การคิดและเตรียมกิจกรรมสำหรับงาน Greenday ที่จะมาขึ้นเพื่อโชว์ไอเดียของน้องๆ ผ่านกิจกรรมรักษ์โลก ซึ่งแต่ละทีมมีนัดกับพี่เกด และพี่นุ้ยที่ออฟฟิต Youth Venture กันต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s




%d bloggers like this: