Edutainment Club

15 01 2010

ทีม Edutainment Club

โครงการ Green Adventure

สมาชิกในทีม: อาศิรา วิจิตรทองเรือง (บุ๊ค) / อินทุกร พิษณุวงษ์ (มีน) / ศุภรา รุ่งสุริยะวิบูลย์ (มิงค์) / นาถสุดา นอบน้อม (พิม) / อรวรรณ บุญไตร (มุก) / ไรวินท์ วีระพลิน (เพียว) / สรัล สุขุมเสาวภาคย์ (ก๊อต)

เห็นน้องๆ สาวหน้าใสจากโรงเรียนสายน้ำผึ้งและอีกหนึ่งหนุ่มจากโรงเรียนวัดสุทธิวรารามนี้แล้วคงคิดว่าพวกเขาก็คือเด็กเรียนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่พวกเขาทำยอมรับว่าชื่นใจจริงๆ

โครงการนี้เริ่มต้นง่ายๆ จากความคิดของน้องๆ ม.6 ที่เรียนปีสุดท้ายแล้วก็อยากสร้างอะไรดีๆ ให้กับโรงเรียนก่อนเรียนจบ เลยเลือกหยิบชั่วโมงว่างจากคาบชมรมที่นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำอะไร รวบรวมสมัครพรรคพวกจากทั้งสายวิทย์และสายศิลป์ตั้งชมรม Edutainment club ชวนน้องๆ ม.1 ในโรงเรียนมาทำกิจกรรมที่สนุกและสอดแทรกสาระ อย่างเช่นเล่นเกม ฟังเพลง ดูหนัง แสดงละคร แล้วสอดแทรกเนื้อหาภาษาอังกฤษให้กับน้อง พอดีกับจังหวะที่มาเจอกับโครงการ Begreen Betrend 2 จุดประกายให้ความอยากเป็น changemaker ของน้องๆ ผุดขึ้นมาทันที จึงกลายเป็นโครงการที่มีไอเดียกรีนเข้ามาสอดแทรกด้วยในกิจกรรมสนุกๆ ล่าสุดพวกเขาสอนน้องๆ ทำกระเป๋า DIY จากเสื้อที่ไม่ใช้แล้วผ่านสื่อการสอนภาษาอังกฤษ ได้ทั้งเก่งได้ทั้งกรีนอย่างนี้ได้ใจเราไปเต็มๆ

“ถ้าเราไม่เริ่มแล้วใครจะเริ่ม เราเป็นแค่จุดเล็กๆ ในโลกแต่ถ้าไม่มีคนลุกขึ้นมาทำ แล้วก็รุมกันทำร้ายโลกกันอย่างนี้ มันก็เหมือนกับฝั่งนึงก็ปลูกต้นไม้เพื้อสร้างป่าขึ้นมาใหม่ อีกฝั่งนึงตัดกันใหญ่เลย แต่เราเชื่อว่าอย่างน้อยต้นไม้เล็กๆ ก็จะขึ้นมาเป็นต้นใหญ่เพื่อทดแทนได้”

นอกจากความต้องการที่จะให้โครงการภายในโรงเรียนยั่งยืนต่อไป พวกเขายังเชื่อว่าในอนาคตจะมีรุ่นน้องที่สนใจสืบต่อและขยายโครงการได้ในวงกว้างกว่านี้ ใครสนใจติดต่อได้ที่ edutainment_club@hotmail.comและติดตามได้ใน Facebook ของ Edutainment Club ได้ 24 ช.ม.จ้ะ

บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร a day





Classic Green – วัยรุ่นไทยเลิกใช้ถุง

15 01 2010

ทีม Classic Green

โครงการ วัยรุ่นไทยเลิกใช้ถุง

สมาชิกในทีม: วาณี พิศกข์วานสกุล (ลิลลี่) / สุรัตน์ เบญจางจารุ (ใบโพธิ์) / พรชัย ประวิทย์สิทธิกุล (สะอาร์ต) / วัชฤทธิ์ ธีรวัฒน์วาที (ออม)

กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หยิบไอเดียเพื่อโลกสีเขียวมาบวกกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นำเอาความรู้ด้านโฆษณาที่เรียนมาและความสนใจในกระแสสื่อที่ขับเคลื่อนโลกในปัจจุบัน บวกกับแรงบันดาลใจจากการเห็นอาสาสมัครที่ทำเพื่อโลกจำนวนมาก จึงริเริ่มไอเดียที่จะทำสื่อโฆษณารณรงค์ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมวัยรุ่นเรื่องการลดใช้ถุงพลาสติก จากสมมติฐานที่ว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่มักรับถุงพลาสติกจากร้านค้าโดยไม่รู้ตัว

ขึ้นชื่อว่ามีสมาชิกที่เรียนเอกโฆษณาแล้วย่อมไม่ธรรมดา โฆษณาที่พวกเขาคิดจะทำนั้นจึงไม่ใช่แค่โปสเตอร์ แต่จะเป็นสื่อเคลื่อนที่แบบใหม่ที่ดึงใจวัยรุ่นได้สุดๆ โดยเริ่มต้นจากการทำวิจัยเก็บข้อมูลวัยรุ่นแบบไม่ธรรมดาเพราะนอกจากแบบสอบถามจะเป็นควิซสนุกๆ เหมือนเฟซบุ๊คหรือนิตยสารแล้ว ยังวางแผนว่าจะมีการแจกสติกเกอร์วัดพลังความรักโลก 4 level ให้กับวัยรุ่นอีกด้วย

“อยากให้คนที่เห็นโฆษณาเราอย่างน้อยก็คิดอะไรได้บ้าง ไม่อยากให้เขารับรู้แล้ววันรุ่งขึ้นก็ลืม อยากให้ลองเริ่มต้นช่วยโลกจากสิ่งที่ง่ายๆ ก่อน ซึ่งทุกคนก็ทำได้ แล้วโลกก็จะน่าอยู่มากขึ้น”

รอดูโฆษณาแล้วอย่าลืมหันมาเริ่มต้นช่วยโลกจากสิ่งง่ายๆ แบบพวกเขากันดูบ้าง

บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร a day





ประกาศผล: ทีมที่ผ่านการพิจารณาเข้าร่วม BEgreen BEtrend 2

7 10 2009

1.ทีมบุ๊ค

2. ทีมกฤช:

3. ทีมเบนซ์: Stop Blight World

4. ทีมพิมพ์: GO! Green Ranger

5. ทีมฟิวส์: พลังงานหมุนเวียนเปลี่ยนโลก

6. ทีมจูน: Catfish

7. ทีมลิลลี่:  Classic Green

ทั้งนี้ผู้ประสานงานของแต่ละทีมโปรเชคอีเมล์ที่ลงไว้ในใบสมัคร เพื่อตอบแบบเข้าร่วม workshop เรื่องการพัฒนาโครงการ ในวันที่ 19-21 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00-17.00 น. ณ โรงแรมวินเซอร์ สวีท (สุขุมวิท 20) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 712 8696





BEgreenBEtrend ปีสอง:school of changemakers

5 10 2009

BEtrend ร่วมกับ a day และ Youth Yenture Thailand เปิดโรงเรียนกลางสยามสแควร์ กับวิชาสุดฮิป change 101 รับสมัครนักเรียนอายุ 14-24 ปี ที่มีคำถามในชีวิต และอยากหาคำตอบ เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นไปพร้อมๆ กัน  รับจำนวนจำกัด สมัครด่วน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่นี่ โทร. 02 7128696 ภายใน 31 ตุลาคม นี้





BEgreen BEtrend 2 รับสมัครนักกอบกู้โลก

21 08 2009

BEgreen BEtrend 2

โครงการ BEgreen BEtrend 2 โดย a day, Betrend และ youth venture ตามหาคนจริง คิดจริง ทำจริง อยากช่วยโลกจากใจจริง มาร่วมกันคิดและเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น

ใครๆ ก็ร่วมโครงการนี้ได้ ถ้า

1. มีอายุ 14-24 ปี อาศัยละแวกกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล และมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกอย่างน้อย 2 คน

2. มีไอเดียว่าอยากทำอะไรเพื่อให้โลกดีขึ้นในแบบของคุณเอง

3. มีใจอยากจะทำ และมีความรับผิดชอบทำโครงการจนสำเร็จ

4. พอมีเวลาว่างอยู่บ้าง ซึ่งสามารถจัดสรรเวลาได้เองตามความสะดวก

โครงการนี้เรามีพร้อมสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น ความรู้ โดยมีพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาตลอดระยะเวลาการทำโครงการ อ่านรายละเอียดแบบเต็มๆ และดาวน์โหลดใบสมัครนี้ หรือโทร. 02-712-8696 หมดเขตรับสมัครวันที่ 30 กันยายน 2552

สำหรับคนที่ยังคิดอะไรไม่ออก Green Heroes ทั้ง 5 มีข้อคิดดีๆ มาแนะนำ

“คนรุ่นใหม่นั่งดูผู้ใหญ่มีความสุขกับการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองโดยที่ไม่รู้เลยว่าทรัพยากรเหล่านั้นเป็นของเรา เราจะมองดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นโดยไม่เข้าไปมีส่วนไม่ได้แล้ว“

ดร.จิรพล สินธุนาวา

นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการมาแล้วมากมาย อาทิ รวมพลังหารสอง รวมไปถึงก่อตั้งสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

“โลกกำลังพัง ตอนนี้ทุกคนเจอโจทย์ใหม่ ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ไปข้างหน้า ให้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว เจ้าของโครงการนักสืบสิ่งแวดล้อมที่จุดประกายให้เห็นว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจธรรมชาติได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง

“ถ้าคิดเก่งแต่ไม่ทำก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร”

บรรจง ขยันกิจ

อดีตนายช่างเทคนิคที่อาศัยการลองผิดลองถูกจนกลายเป็นคนไทยคนแรกที่ผลิตกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจและชนบทที่ห่างไกล และได้สร้างเวบไซต์ http://www.thaiwindmill.com

“เลือกทำในสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น“

วราฤทธิ์ มังคลานนท์

ดีเจหนุ่มแห่งคลื่น 104.5 แฟตเรดิโอ ผู้ก่อตั้ง http://www.coolswop.com เวบไซต์แลกของเวบแรกของไทย

“ลองหันมามองว่าเรามีดีอะไรในตัว ต้องดึงสิ่งนั้นออกมาให้ได้ แล้วเริ่มทำจากจุดนั้น“

ปฐมา หรุ่นรักวิทย์

สถาปนิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม CASE หรือกลุ่มสถาปนิกชุมชนที่ทำงานออกแบบให้กับชุมชนและกลุ่มคนด้อยโอกาสภายใต้ข้อจำกัดและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญ





Stop Blight World

30 07 2009

BENZ-2เบนซ์ หนุ่มวัย 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้า คณะนิเทศ เอกโฆษณา ทุ่มหัวใจให้ดนตรีตั้งแต่อายุ 15 ปี เป็น เบนซ์ถนัดร้องนำ แต่งเพลงแถมเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด อีกทั้งยังเป็น sound engineer ได้อีกด้วย ตั้งวงดนตรีเองกับเพื่อนชื่อ awesome และยังทำอัลบั้มเดี่ยวเองอีกต่างหาก พอว่างยังแบ่งเวลาไปเป็นคณะกรรมนักศึกษา ช่วยเรื่องทำโฆษณาด้วย

นอกจากเรื่องดนตรีแล้ว สิ่งที่ทำให้เบนซ์มีความสุขอีกคือ การได้ทำสิ่งที่ท้าทาย เพราะจะเกิดความภาคภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ ได้เรียนรู้และก้าวสู่ขั้นต่อไปอีก บวกกับการได้สร้างความหมายดีๆ ให้แก่ผู้อื่น

เบนซ์รู้จักโครงการ BEgreen BEtrend 2 ผ่านนิตยสาร a day อ่านแล้วสนใจอยากสมัครเข้าร่วม เพราะตัวเองก็ชอบเรื่องท้าทายอยู่แล้ว และคาดหวังจะได้รู้จัก connection ดีๆ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ ในการเผยแพร่เพลงและมิวซิควีดีโอให้วัยรุ่นได้ดู อิน และตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งบทเพลงนี้ก็คือ Stop Blight World (ทางทีมงานได้ฟัง demo แล้ว รอฟังฉบับเต็มพร้อมมิวซิคได้ในเว็บไซด์นี้เลย)

เบนซ์อยากทำเพลงแนวตามใจฝัน หรือเรียกได้ว่าเป็นแนว Creative Song ที่นำเอาเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงนก เสียงลม อื่นๆ มาประกอบเป็น sound เจ๋งๆ ด้วยเนื้อหาดีๆ พร้อมถ่ายทำเป็นมิวซิควีดีโอ ของเพลง Stop Blight World ให้วัยรุ่นไทยนับล้านได้ฟังและชมกันผ่านสื่ออย่างรายการเพลงและโทรทัศน์ เมื่อดูแล้วอยากให้พวกเขารู้สึกอยากช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น หรือ ลดการทำลายโลกลงบ้าง อีกทั้งเบนซ์จะทำให้เพลงนี้ดาวน์โหลดได้อีกด้วย แต่สิ่งที่เบนซ์เป็นกังวัลและอยากได้คำปรึกษาคือเรื่อง การทำมิวซิควีดีโอ ซึ่งอยากให้พี่ๆ ทีมงานช่วยในเรื่องนี้ด้วย





กฤชกับการพิสูจน์ตัวเองครั้งใหม่

21 07 2009

กฤช หนุ่มเซอร์ผมยาวจากรั้วธรรมศาสตร์ได้ร่วมโครงการ BEgreen BEtrend 1 มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่โครงการไม่ได้มีความคืบหน้ามากมายนัก กฤชจึงขอโอกาสกลับมาอีกครั้งเพื่อที่จะนำพาโครงการ “กรีนยู” ไปให้ถึงจุดหมายให้ได้

โครงการของกฤชเกิดขึ้นเพราะกฤชเริ่มสังเกตว่าตั้งแต่มหาวิทยาลัยได้เริ่มทำการย้ายการเรียนการสอนนักศึกษาปริญญาตรีมาอยู่ที่วิทยาเขตรังสิตทั้งหมด ทำให้สภาพแวดล้อมของศูนย์รังสิตเปลี่ยนแปลงไป ที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด คือ ปริมาณของขยะที่มากขึ้นตามจำนวนนักศึกษา ขยะก็ถูกทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง ปริมาณการใช้พลังงาน ทั้งไฟฟ้าและน้ำก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับต้นไม้ใช้สอยที่น่าจะให้ร่มเงาก็มีไม่มาก ที่มีอยู่น้อยนิกก็โตไม่ทันกับปริมาณรถยนต์และจักรยานยนต์ที่มากขึ้นทุกปีด้วย กฤชคิดว่าหากนักศึกษาธรรมศาสตร์ทุกคนมีความตระหนักและใส่่ใจกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ในมหาวิทยาลัยกันคนละนิดละหน่อยก็คงจะดี โลกคงร้อนน้อยลง และเกิดการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าเสียที

กฤชจึงคิดที่จะสร้างเครือข่ายคนรักสิ่งแวดล้อมขึ้นมา เพื่อเป็นแกนนำในการจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยและดึงนักศึกษาส่วนใหญ่มามีส่วนร่วมด้วย นอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังมีนโยบาย “ธรรมศาสตร์สีเขียว” ที่ดำเนินงานเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่นักศึกษากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ทราบเรื่องนี้ กฤชจึงอยากประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและรอบมหาวิทยาลัยที่มีองค์ความรู้ดีๆ เข้ามาเป็นเครือข่ายด้วย เช่น สวทช. ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

สำหรับในหลักการของโครงการกฤชถือว่า น่าจะดูดีไม่น่ามีปัญหา แต่สำหรับฉันกลับมองอีกมุม ฉันคิดว่ากฤชจำเป็นต้องคิดวางแผนกิจกรรมในรอบคอบถี่ถ้วนมากกว่าเก่า เพราะบทเรียนจากปีที่แล้วนันมีให้เห็นอยู่แล้ว กฤชจึงจำเป็นต้องสร้าง “แผนสำรอง” ขึ้นมาด้วย หากว่าเกิดปัญหาจะได้แก้ไขและดึงขึ้นมาใช้ได้ทันที การบ้านของกฤชจึงมีมากกว่าของบุ๊คเป็นสองเท่า ทั้งเรื่องรูปแบบกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย และวิธีการทำงาน เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าโครงการของกฤชจะมีความคืบหน้าอย่างไร?